มหาอำนาจลูกหนังยุโรป (คอลัมน์สนุกมือ / ธีรพัฒน์ อัครเศรณี)

โพสต์โดย : Admin เมื่อ 18 พ.ค. 2562 17:56:36 น. เข้าชม 19 ครั้ง แจ้งลบ

ปรากฏการณ์ที่ทีมจากเกาะอังกฤษยึดหัวหาดคู่ชิงชนะเลิศฟุตบอลสโมสรยุโรปทั้งสองถ้วยพร้อมกันทั้งสี่ทีมนั้น คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และน่าจะเป็นดัชนีบ่งชี้ว่าช่วงต่อนี้ไปอีก 3-4 ปี สโมสรจากแดนผู้ดีจะกลับมารุ่งเรืองเป็นมหาอำนาจลูกหนังยุโรปอย่างแน่นอน
หากย้อนกลับไปดูทำเนียบแชมป์ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในรอบ 10 ปีหลังสุด ทีมสโมสรจากสเปนครอบครองความยิ่งใหญ่ไปได้ถึง 7 หน แบ่งเป็น เรอัล มาดริด 4, บาร์เซโลน่า 3 ที่เหลือเป็น อินเตอร์ มิลาน, เชลซี และ บาเยิร์น มิวนิค ที่พอจะสอดแทรกขึ้นมาได้บ้างในทศวรรษหลังgettyimages-963665388-594x594

จะเห็นว่าความสำเร็จไปอยู่ที่สองทีมจากแดนกระทิงดุเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่ต้องพูดถึงเงินรางวัลและรายได้ รวมทั้งแรงดึงดูดให้นักเตะหรือกุนซือระดับชั้นนำตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมด้วย เรียกว่าเป็นความสำเร็จต่อความสำเร็จไปเรื่อยๆ
ทว่าการตัดสินใจอำลาทีมไปของซีเนอดีน ซีดาน อาจจะสร้างรอยแยกในถิ่นเบอร์นาเบวที่ไม่สามารถกลับมาต่อให้ติดเหมือนเดิมได้อีก แถมยังกลับมาเจอช่วงที่นักเตะแกนหลักของทีมอยู่ในช่วงโรยราพอดี ไล่มาตั้งแต่แนวรับ เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่, โทนี่ โครส, ลูก้า โมดริช, แกเร็ธ เบล และ คาริม เบนเซม่า โดยก่อนหน้านั้นก็เสีย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ให้ยูเวนตุสไปแล้ว ถือว่าภารกิจของ "ซิซู" ในการนำทีม "ชุดขาว" กลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิมนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยgettyimages-1142283165-594x59

เช่นเดียวกับงานของ เออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ที่คัมป์ นู ซึ่งก็กำลังจะเจอกับภาวะเปลี่ยนเจนเนอเรชั่นของนักเตะในทีมเหมือนกัน อิวาน ราคิติช (31 ปี), เคราร์ด ปิเก้ (32 ปี), เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ (30 ปี), หลุยส์ ซัวเรซ (32ปี), และ ลิโอเนล เมสซี่ (31 ปี) แกนหลักของทีมทั้งนั้นอายุถึงสามย่านกันหมด บางครั้งบางคราในช่วงปลายฤดูกาลก็ส่ออาการยุบยวบออกมาให้เห็น ยิ่งถ้าบาร์ซ่าไม่มีเมสซี่ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าแล้วจะเป็นอย่างไร?
ผิดกับทางอังกฤษอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ซึ่งสร้างทีมใหม่ไปเรียบร้อยและทีมกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น บรรดาซูเปอร์สตาร์ในทีมอายุยังน้อยอยู่ทั้งนั้น ไม่ต้องให้ระบุชื่อเสียงเรียงนาม
gettyimages-1148015156-594x59

แถมทั้ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, เจอร์เก้น คล็อปป์ และ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ คือกุนซือรุ่นใหม่ที่มีเทรนด์การซื้อนักเตะอายุน้อยๆ 23-24 ปีเพื่อมีเวลาพัฒนากับทีมต่อ และมีแรงเล่นเกมแบบไดนามิคได้ด้วย ไอ้ประเภท 27-28 แบบสมัยก่อนนั้น กุนซือเหล่านี้ไม่ค่อยมีไปดึงมาให้เห็นแล้ว ดังนั้นจึงเป็นประเภทหวังผลในระยะยาวทั้งนั้น
ทางด้าน เชลซี กับ อาร์เซน่อล เองก็น่ากลัวไม่เบา เพราะมีกุนซือระดับ เมาริซิโอ ซาร์รี่ และ อูไน อเมรี่ ซึ่งเพิ่งเข้ามาทำทีมปีแรกด้วยกันทั้งคู่ แต่ก็เกี่ยวก้อยกันเข้าชิงยูโรป้า ลีก เข้าเสียแล้ว ต้องจับตาดูว่าปีหน้าความน่ากลัวจะเพิ่มขึ้นขนาดไหนgettyimages-1085040498-594x59

สรุปแล้วไม่ว่าใครจะเป็นแชมป์ทั้งสองถ้วย ลิเวอร์พูล หรือ สเปอร์ส, เชลซี หรือ อาร์เซน่อล นี่คือชัยชนะของลีกอังกฤษอย่างชัดเจนที่สุด
พิสูจน์ให้ทีมจากสเปนได้เห็นว่า ความเปลี่ยนแปลงเป็นสัจธรรม และความสำเร็จไม่มีวันยั่งยืนไปตลอดกาล

ปิดโฆษณานี้

ปิดโฆษณานี้